ค้นหาบล็อกนี้

วันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2560

                                          รู้จักกันหน่อย


      สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ  ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็ปไซด์ทางการศึกษา  เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนการสอน สามารถแบ่งปันความรู้ทางการศึกษา วิชาคอมพิวเตอร์


ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง, ตาราง และ สถานที่ในร่ม


นางสาวหนึ่งฤทัย  เกตุชัย ...  หนึ่ง

จบการศึกษา บริหารธุรกิจ คอมพิวเตอร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน  วิทยาเขตสุรินทร์ร


ปัจจุบัน สอนที่ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์
คอมพิวเตอร์คืออะไร


            คอมพิวเตอร์ คำว่า คอมพิวเตอร์ หมายถึง เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งเป็นชุดอัตโนมัติ จุดมุ่งหมายของการปฏิบัติคำสั่งอาจเป็นการคำนวณทางคณิตศาสตร์ หรือเป็นการควบคุมเครื่องอุปกรณ์บางอย่าง หรือทำทั้งสองอย่างผสมผสานกัน ตัวอย่างเช่น นักเรียนใช้เมาส์วาดรูป คอมพิวเตอร์จะรับรู้ตำแหน่งของเมาส์ในแต่ละขณะ แล้วทำการคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อให้เกิดภาพตามที่นักเรียนวาด และทำการควบคุมการทำงานจอภาพเพื่อให้ภาพไปปรากฏบนจอ เราบอกว่าคอมพิวเตอร์ทำการคำนวณทางคณิตศาสตร์ แต่คณิตศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์นั้นต่างกันคณิตศาสตร์ที่เราใช้คิดเลขในชีวิตประจำวัน คือ คอมพิวเตอร์ใช้ระบบเลขฐาน 2 คือใช้เลข 0 กับ 1 แต่เราใช้เลขฐานสิบ คือ 0 ถึง 9 เพราะฉะนั้นวิธีการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์คือการประมวลผลข้อมูลด้วยเลขฐานสองนะครับ

แบบฝึกหัด

เรื่อง จากข้อมูลเป็นสารสนเทศ

1. คอมพิวเตอร์คืออะไร
2. คอมพิวเตอร์ใช้วิธีการใดในการทำงาน
3. คอมพิวเตอร์ใช้ตัวเลขแตกต่างจากคนเราอย่างไร
4. เมื่อทำงานเสร็จคอมพิวเตอร์จะแสดงผลที่ใด
5. เลขฐานสอง แตกต่างจากเลขฐานสิบอย่างไร




จากข้อมูลเป็นสารสนเทศ

                                        จากข้อมูลเป็นสารสนเทศ
                                                                 ความหมายของข้อมูล
            ข้อมูลคือ ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์หรือสิ่งที่สนใจ ที่บ่งบอกถึงสถานะทางกายภาพบางอย่างในเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ เช่น มีแสงสว่างหรือไม่มี สวิตช์ปิดหรือเปิด อุณหภูมิที่องศาเซลเซียส จำนวนนักเรียนกี่คน ชื่อ อายุ เพศ ของนักเรียนแต่ละคน เป็นต้น
                                                                      วิธีการหาข้อมูล
            ในการหาข้อมูลนั้น เรามีวิธีการหาข้อมูลโดยการแบ่งตามกรณีการจัดเก็บดังนี้

กรณีที่ 1 ข้อมูลที่มีการจดบันทึกไว้เรียบร้อยแล้ว ให้ผู้หาข้อมูลไปติดต่อหน่วยงานที่ทำการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลนั้น เช่น ครูให้นักเรียนไปขอรายชื่อนักเรียนทั้งหมอจากฝ่ายทะเบียน ซึ่งฝ่ายทะเบียนเป็นผู้ที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลนั้นไว้ เรามาสามารถนำมาใช้งานได้ทันที (ปัจจุบันส่วนใหญ่มีการจัดเก็บโดยใช้คอมพิวเตอร์เพื่อให้สามารถเรียกมาใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น)


กรณีที่ 2 ข้อมูลที่ไม่มีการจดบันทึกไว้ เช่น ผู้หาข้อมูลต้องทำการสำรวจข้อมูลเอง โดยการสอบถาม เช่น ครูสอบถามชื่อนักเรียนแต่ละคนในห้องว่าชื่ออะไรกันบ้างแล้วจดบันทึกไว้เองเพื่อนำไปใช้งานต่อไป

                                                       วิธีการนำข้อมูลไปใช้
            ข้อมูลที่หาหรือรวบรวมมาได้ในชั้นต้นนั้น เรียกว่า ข้อมูลดิบ ยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากนัก จะต้องนำไปทำการประมวลผลเสียก่อน

                                                        การประมวลผลข้อมูล
            การประมวลผลข้อมูล คือ การนำข้อมูลไปจัดหมวดหมู่ คำนวณหาค่าบางอย่างที่สนใจ เช่น ถ้าอยากทราบว่าอัตราส่วนเปรียบเทียบว่ามีนักเรียนชายกับนักเรียนหญิงกี่คน ซึ่งเราได้นำข้อมูลมาผ่านการนับ หรือการทำสถิติบันทึก เพื่อให้ได้จำนวนนักเรียนชายกับนักเรียนหญิง ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ตัวอย่างข้อมูล
ตัวอย่างข้อมูล
ลำดับที่
ชื่อ สกุล
อายุ
เพศ
1
เด็กชายสมปอง  สีดาดาด
13
ชาย
2
เด็กหญิงสมศรี  มีชูสาร
12
หญิง
3
เด็กชายอานนท์  อานัย
13
ชาย





ฯลฯ



การประมวลผล
รายการ
ขีดนับจำนวน
จำนวนตัวเลข
คิดเป็นร้อยละ






นักเรียนชาย

22
46.80





นักเรียนหญิง

25
53.20
รวม

47
100.00

จากข้อการประมวลผลข้อมูลทำให้เราทราบว่า มีนักเรียนราย 22 คน คิดเป็นร้อยละ 46.80 ของนักเรียนทั้งหมด นักเรียนหญิง 25 คน คิดเป็นร้อยละ 53.20 ของนักเรียนทั้งหมด รวมทั้งหมด 47 คน ซึ่งข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว เราเรียกกว่า สารสนเทศ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ต่อไป



แบบทดสอบสารสนเทศ

                                              แบบทดสอบ 

1. สารสนเทศหมายถึง
            . ข้อมูล
            . ข้อมูลที่มีการประมวลผลแล้ว
            . เครื่องคอมพิวเตอร์
            . เทคโนโลยี
2.  บิดาแห่งคอมพิวเตอร์คือใคร
            ก.  จอร์ช บูล
            เอ็ดแว็ก
            ชาร์ล แบบเบจ
            คิลบี และ นอยส์
3.  ใครคือผู้ออกแบบวงจรตรรกะ
            ก.  จอร์ช บูล
            เอ็ดแว็ก
            ชาร์ล แบบเบจ
            คิลบี และ นอยส์
4.  อุปกรณ์ใดที่ใช้การประมวลผลออนไลน์
            ก.  คอมพิวเตอร์
            โทรเลข
            เครื่องบันทึกเวลา
            เครื่องถอนเงินสด (ATM)
5. โปรแกรมคือโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์
            . Microsoft Word
            . Microsoft Excel
            . Internet Explorer
            . Basic Program


เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

                                       เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

              คนเราทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง ไม่สามารถจะอยู่ได้โดยไม่มีการติดต่อกับโลกภายนอก การรับรู้ข่าวสาร เช่น การอ่านหนังสือพิมพ์ การฟังวิทยุหรือดู โทรทัศน์ ก็เป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศแบบหนึ่ง การใช้โทรศัพท์ โทรสาร ก็เป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากนั้น การถอนเงินจากเครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ (ตู้ เอ ที เอ็ม) ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวัน

                      ไม่แต่เฉพาะคนในเมืองเท่านั้น แม้แต่คนในชนบทก็มีส่วนต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวันด้วย เช่น


                     เมื่อไปทำบัตรประชาชนที่อำเภอ ทางอำเภอจะเรียกดูข้อมูลจากฐานข้อมูล กลางของสำนักทะเบียน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งต่อเชื่อมกันเป็นเครือข่ายที่สามารถเรียกใช้งานได้ทันที เช่นนี้เรียกว่า ระบบออนไลน์ (หรือสายตรง) ระบบเช่นนี้มีประโยชน์มาก เพราะจำทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและตรงกัน และที่เราจะพบได้อีกที่คือระบบเวชระเบียนการค้นหาประวัติผู้ป่วย ซึ่งจะเก็บข้อมูลไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เมื่อมีการเรียกใช้งานก็จะส่งข้อมูลไปยังเครื่องที่เรียกใช้งานเป็นต้น
กำเนิดเทคโนโลยีสารสนเทศ

               มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มีการตั้งถิ่นฐานอยู่กันเป็นหมู่เหล่าตั้งแต่โบราณกาลมาแล้ว กลุ่มเล็กที่สุดเรียกว่าครอบครัว ถัดขึ้นมาเป็นหมู่บ้าน ตำบล ฯลฯ จนในที่สุดเป็นเมือง เป็นประเทศ มนุษย์แต่ละหมู่เหล่ามีการติดต่อพบปะกัน เพื่อแลกเปลี่ยนอาหาร สิ่งของเครื่องใช้ ยารักษาโรค ฯลฯ ที่ชุมชนตนไม่สามารถผลิตได้หรือผลิตได้ไม่เพียงพอ จนเกิดเป็นการค้าขายระหว่างหมู่บ้าน ระหว่างตำบล เมือง และประเทศ การติดต่อเช่นนี้ ทำให้เกิดการส่งและรับ ข้อมูลข่าวสารถึงกัน แรก ๆ ก็เป็นการบอกกันปากต่อปากต่อมามีการสื่อสารกันด้วยตัวอักษรที่จารึกบนวัสดุต่าง ๆ ซึ่งต่อมากลายเป็นการส่งจดหมายถึงกัน

              ความต้องการการสื่อสารด้วยวิธีการที่หลากหลายขึ้นมีความรวมเร็วมากขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีโทรคมนาคมซึ่งอาศัยหลักวิชาทางวิศวกรรมไฟฟ้าแลอิเล็กทรอนิกส์ เปลี่ยนคำพูด ข้อความหรือภาพเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปตามสาย หรือเปลี่ยนเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เรียกว่า คลื่นวิทยุกระจายไปในอากาศ เมื่อถึงปลายทาง สัญญาณหรือคลื่นที่ส่งไปนั้นก็จะถูกคืนสภาพให้กลับเป็นคำพูด ข้อความหรือภาพเหมือนกับที่ส่งออกไปจากต้นทาง ทำให้ที่อยู่คนละซีกโลกกันสามารถรับรู้  ข้อมูลข่าวของกันและกันได้ภายในชั่วพริบตา   

           เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่งมีขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 20 ปี ที่ผ่านมานี้เอง เป็นเทคโนโลยีที่เกิดจากการรวมสองเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน คือ เทคโนโลยีโทรคมนาคมกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คำว่า สารสนเทศ หมายถึงตัวเนื้อหาของข้อมูลข่าวสาร เราใช้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่รวบรวม จัดเก็บ ปรับเปลี่ยนรูปแบบของสารสนเทศ และเทคโนโลยีโทรคมนาคมซึ่งพัฒนาเครือข่ายโทรศัพท์และเครือข่ายวิทยุมาสร้างระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขึ้น เป็นการนำเอาความสามารถของคอมพิวเตอร์ (คำนวณ เปรียบเทียบ และตรวจสอบได้รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำมารวมกับความสามารถของระบบโทรคมนาคม (ติดต่อได้รวดเร็วและกว้างไกลดังนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศ จึงหมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาจัดการกับสารสนเทศนั่นเอง